วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ

..................................................................

เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น ขณะเดียวกันเครื่องคอมพิวเตอร์ก็มีราคาถูกลง ดังนั้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนั้นมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนี้
1.ผลกระทบด้านบวก
-          ด้านคุณภาพชีวิต
o  มนุษย์ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และโปรแกรมออฟฟิศช่วยให้เกิดความรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
o  มนุษย์ใช้ระบบโทรคมนาคมในการสื่อสารที่รวดเร็ว เช่น การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ติดต่อสื่อสารในขณะเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ
o  มนุษย์นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ให้มีความเจริญก้าวหน้าขึ้นมาก
-          ด้านสังคม
o  สังคมใช้สารสนเทศในการตัดสินใจและการกระจายข้อมูลข่าวสารไปได้ทั่วทุกหนแห่งแม้แต่ถิ่นทุรกันดาร
o  เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดชุมชมเสมือน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความสนใจเรื่องเดี่ยวกัน สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ซึ่งกันและกันได้
-          ด้านการเรียนการสอน
o  การสร้างโปรแกรมจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนได้อย่างชัดเจน
o  เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
2.ผลกระทบด้านลบ
-          ด้านคุณภาพชีวิต
o  โรคอันเกิดจากการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานา ได้แก่ อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือเนื่องจากจับเมาส์ การเกิดปัญหาด้านสายตาเนื่องจากเพ่งมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกัน เป็นต้น
o  โรดทนรอไม่ได้ (Hurry Sickness) เกิดกับผู้ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ผู้ใช้เป็นคนขี้เบื้อ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน เครียดง่าย ความอดทนลดลง
o  มนุษย์เกิดความเครียดจากการเลือกใช้ข้อมูลและสารสนเทศที่มีอยู่อย่างมากมาย
-          ด้านสังคม
o  การขาดทักษะทางสังคม เนื่องจากอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการสื่อสารกันโดยไม่ต้องพบเจอกัน
o  การเกิดอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มากขึ้นและรุนแรงขึ้น
-          ด้านการเรียนการสอน
o  ผลกระทบในทางลบกันการเรียนการสอนจะเกิดขึ้นหากผู้สอน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด และปล่อยให้ผู้เรียนศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนที่มีประสบการณ์น้อยอาจตีความได้ไม่ถูกต้อง 

ที่มา http://jintana-jahem.blogspot.com/2012/05/blog-post_4019.html

แบบฝึกหัดบทที่4

แบบฝึกหัดบทที่4   


รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008 กลุ่มเรียนที่6

นายเจตดิลก โสสอน รหัส57011313258 PA



ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้อย่างน้อยข้อละ3ชนิด

1)การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล      -ฮาร์ดดิสท์    -usbไดร์    -แผ่นซีดี

2)การแสดงผล     -จอคอมพิวเตอร์   -จอโปรเจ็ตเตอร์   -เครื่องพิมพ์

3)การประมวลผล   -ซอฟต์แวร์    -ฮาร์ดแวร์    -os

4)การสื่อสารและเครือข่าย    -อินเตอร์เน็ต    -การประชุมผ่านจอ     -ห้องสมุดอีเลดทอนิกส์


ให้นิสิตนำตัวเลขในช่องมาเติมหน้าข้อความในช่องที่มีความสัมพันธ์กัน

[1].ส่วนใหญ่ใช้ทำที่คำนวณประมาลข้อมูล

[2].e-revenue

[3].เทคโนโลยีต่างๆที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธ์ภาพความถูกต้องความแม่นยำและความรวดเร็วในการนำไปใช้

[4].มีองค์ประกอบพื้นฐาน3ส่วนได้แก่ Sender medium decoder

[5].การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังหน่วยงานนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย

[6].เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

[7].โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆภายในระบบคอมพิวเตอร์

[8].โปรแกรมที่ทำงานห้องสมุดอัตโนมัต

[9]. CAI

[10].ลักษณ์สำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

                                                                                                                  
8  ซอฟต์แวร์ประยุกต์                                               

6  information techrology                                       

3  คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล                        

1  เทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วย

10  ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ
      ในการทำงาน

7  ซอฟต์แวร์ระบบ

9  การนำเสนอบนเรียนในรูปแบบมัลติมิเดียที่
    ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความสามารค

5  EDI

4  การสื่อสารโทรคมนาคม

2  บริการชำระภาษีออนไลน์

แบบฝึกหัดบทที่3

แบบฝึกหัดบทที่3

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008 กลุ่มเรียนที่6

นายเจตดิลก โสสอน รหัส57011313258 PA



จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ
    ก. ความสามารถในการกลั่นกรอง และประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้
    ข. ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างๆ
    ค. ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ
    ง. ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง ประเมิน และใช้งานสารสนเทศ


2. จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ ประการไหนสำคัญที่สุด
    ก. ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ
    ข. ความสารถในการค้นหาสารสนเทศ
    ค. ความสามารถในการประเมินผลสารสนเทศ
    ง. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ


3. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ
    ก. สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
    ข. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต
    ค. ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม
    ง. ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้


4. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ
    1. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น
    2. ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
    3. สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะเข้าถึง
    4. ช่วยบุคคลเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ตลอดชีวิต


5. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง
    1. ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ
    2. ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ
    3. ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสนเทศอย่างมี ประสิทธิภาพ
    4. ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ  
     ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงจะต้องการสารสนเทศ
    ก. 1-2-3-4-5     ข. 2-4-5-3-1       ค. 5-4-1-2-3      ง. 4-3-5-1-2

แบบฝึกหัดบทที่2

แบบฝึกหัดบทที่2


รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008 กลุ่มเรียนที่6

นายเจตดิลก โสสอน รหัส57011313258 PA


จงตอบคำถามต่อไปนี้ 

(1)ให้นิสิตหาราชชื่อเว็บไซต์หรือเทคโนโลยีที่ให้บริการต่างๆ ตามหัวข้ออย่างละ3รายการ

1.1 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา

ตอบ  www.msu.ac.th  www.kku.ac.th  www.studentloan.ro.th

1.2 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพธุรกิจ พาณิชย์ สำนักงาน

 ตอบ www.cdc.gov  www.cancer.go.th  www.doae.go.th

1.3  การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพสื่อสารมวลชน

 ตอบ www.chiangmainews.go.th www.gpdf.ro.th www.matichon.co.th \

1.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในวิชาชีพทางอุตสาหกรรม

 ตอบ www.industry.go.th   www.gip.go.th   www.diw.go.th

1.5 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางการแพทย์

 ตอบ www.canecr.org   www.cdc.org   www.familydoctor.org

1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางวิชาชีพทหาร ตำรวจ

 ตอบ www.gol.ro.th   www.rpcfamily.com    www.greatcudettuttor.com

1.7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางวิชาชีพวิศวกรรม

 ตอบ www.acut.ro.th    www.coe.ro.th    www.thaienginering.com 

1.8 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางวิชาชีพการเกษตร 

 ตอบ www.thaigreengro.com  www.mouc.go.th   www.doae.go.th

1-.9 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับคนพิการต่างๆ

 ตอบ  www.bio2.kku.ac.th/dsskku/   www.tddf.or.th/tddf/ 

(2)มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษาให้กับท่านมีอะไรบ้าง

  htpp://thailis.ro.th/tdc/   http://reg.ac.th   http://msu.ac.th

(3)จากข้อสองท่านได้เอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองอย่างไรบ้าง

-สามารถ dowload เอกสารงานวิจัย วิทยานิพนธ์ฟรีจาก htpp://thailis.ro.th/tdc/
-สามารถลงทะเบียนเรียน ตรวจข้อมูลการศึกษาได้จาก http://reg.ac.th
-สามรถติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามและลายละเอียดต่างๆในมหาวิทยาลัยได้จากhttp://msu.ac.th

แบบฝึกหัดบทที่1

แบบฝึกหัดบทที่1

แบบฝึกหัดบทที่1 

รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน รหัสวิชา 0026008 กลุ่มเรียนที่6

นายเจตดิลก โสสอน รหัส57011313258 PA

จงตอบคำถามให้ถูกต้อง

    1. ข้อมูลหมายถึงข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่ ฯลฯ
    2.  ข้อมูลปฐมภูมิคือข้อมูลที่ต้องเก็บรวบรวมจากผู้ให้หรือแหล่งโดยตรงโดยไม่มีผู้ได้เก็บมาก่อน
    3. ข้อมูลทุติยภูมิคือข้อมูลที่ไม่ได้เก็บรวมรวมจากผู้ให้หรือแหล่งโดยตรงได้จากผู้ที่รวบรวมไว้แล้ว
    4. สารสนเทศหมายถึงการนำเอาข้อมูลที่มีอยู่มากมายมาคัดกรองนำประโยชน์มาใช้ด่านใดด่านหนึ่ง
    5. ประเภทของสารสนเทศมีอะไรบ้าง 5.1รสนเทศที่จำแนกตามแหล่งสารสนเทศ5.2สารสนเทศที่จำแนกตามแหล่งสือเก็บ  

    จงเขียนข้อ 6-10 ว่าข้อใดเป็นข้อมูล ข้อใดเป็นสารสนเทศ 

    6. ข้อเท็จจริงสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพหรือเสียง  คือ  ข้อมูล 
    7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล คือ สารสนเทศ
    8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคน คือ ข้อมูล
    9. ผลของการลงทะเบียน คือ ข้อมูล
    10. กราฟที่แสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน คือ สารสนเทศ

    ประวัติบาสเกตบอล 



    ประวัติกีฬาบาสเกตบอล กีฬาของชาวอเมริกัน มีจุดเริ่มต้นเป็นมาอย่างไร และบาสเกตบอลกฎกติการการเล่นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ 

              กีฬาบาสเกตบอล นับว่าเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย มีสหรัฐอเมริกาเป็นเเจ้าของการแข่งขันกีฬานี้ อย่างไรก็ดี หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า กีฬาที่มีเอกลักษณ์คือการชู้ตลูกบอลลงห่วง มันมีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นคนคิด วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ

    ประวัติบาสเกตบอล


              การถือกำเนิดขึ้นของกีฬาบาสเกตบอลเกิดขึ้นที่เมืองสปริงฟิล รัฐแมสซาชูเซส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) โดย ดร.เจมส์ ไนสมิธ อาจารย์พละศึกษาของโรงเรียนคนงานคริสเตียน (ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยสปริงฟีล) ต้องการให้มีการแข่งขันกีฬาในร่มช่วงฤดูหนาว พร้อมกับกำหนดกติกา 5 ข้อ สำหรับการเล่น 

    กติกาบาสเกตบอล         

              1. ต้องใช้มือเล่นลูกบอล

             
     2. แต่ห้ามถือบอลวิ่ง

              
    3. ผู้เล่นสามารถยืนได้ทุกพื้นที่ของสนาม

              
    4. ผู้เล่นห้ามปะทะหรือถูกตัวกัน

             
     5. จะมีห่วงติดตั้งไว้เหนือพื้นสนามกับเส้นเขตสนาม สูงจากพื้นประมาณ 10 ฟุต 

            ต่อมาทาง ดร.ไนสมิธ ได้กำหนดหลักการเล่นเพิ่มเติม จำนวน 13 ข้อ ซึ่งกลายเป็นกติกาพื้นฐานของบาสเกตบอลในปัจจุบัน ได้แก่

              1. สามารถโยนลูกบอลไปที่อื่นด้วยมือทั้ง 2 ข้างหรือมือเดียว

              
    2. สามารถตีลูกบอลได้ทั้งมือเดียวหรือ 2 มือ แต่ห้ามใช้กำปั้นทุบบอล

              
    3. ห้ามถือลูกบอลวิ่ง

              
    4. ต้องถือลูกบอลด้วยมือ แขน หรือลำตัว แต่ห้ามดึงลูกบอล

              
    5. ห้ามดัน ผลัก ฝ่ายตรงข้าม

             
     6. การกระทำตามข้อ 3-5 ถือว่าเป็นการฟาล์ว

              
    7. หากผู้เล่นทีมเดียวฟาล์วติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้นับคะแนนแก่ฝ่ายตรงข้าม

             
     8. นับคะแนนเมื่อลูกบอลเข้าห่วงไปแล้ว หรือยังค้างที่ก้านห่วง แต่ผู้เล่นฝ่ายป้องกันไปสัมผัสหรือกระทบประตู ก็นับคะแนนให้เช่นกัน

              
    9. หากลูกบอลออกนอกสนามให้ส่งบอลเข้ามาเล่นในจุดที่บอลออก

              
    10. กรรมการผู้ร่วมตัดสิน (Umpire) มีหน้าที่คอยจดบันทึกการฟาวล์ และคอยช่วยผู้ตัดสินในด้านสถิติต่าง ๆ ทำให้ตัดสินได้ถูกต้องมากขึ้น

              
    11. ผู้ตัดสิน (referee) มีหน้าที่ตัดสินในสนามในจังหวะต่าง ๆ, จับเวลา, ให้คะแนนเมื่อเกิดการทำแต้ม, บันทึกคะแนน ฯลฯ

              
    12. การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 5 คะแนน โดยมีเวลาพักครึ่ง 5 นาที

              
    13. เมื่อจบการแข่งขัน ฝ่ายใดทำแต้มได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าเสมอกัน ก็ต้องเล่นต่อจนกว่าจะมีฝ่ายใดทำแต้มได้

              นอกจากนี้ ดร.ไนสมิธ ยังเป็นผู้เริ่มผลักดันบาสเกตบอลให้เป็นกีฬาระดับมหาวิทยาลัย จนสามารถตั้งเป็นลีกระดับมหาวิทยาลัยได้ ในปี ค.ศ. 1938 (พ.ศ. 2481) ต่อมา ค.ศ. 1946 (พ.ศ. 2489) บาสเกตบอลเอ็นบีเอ จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการแข่งขันระดับอาชีพที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน 

    ที่มา http://hilight.kapook.com/view/88724